2005/Dec/06

สิบโท วิสุทธิ์ เรืองนาม หัวหน้าด่านตรวจของทหารประจำจุดผ่านแดนชั่วคราว ไทย-เขมร กิจวัฒของเขาประจำวันคือ การยืนตรวจคนที่เข้าออกชายแดนแห่งนี้ วันนี้ก็เหมือนทุกวัน มีทั้งคนไทย เขมร ฝรั่งตาน้ำข้าวและ....ใครบางคนที่เขาดูทะแม่งๆแฝงตัวอยู่ในวันนี้

พวกคนที่ดูแปลกๆนั้นกำลังพูดคุยกันแล้วก็มองมาที่เขา แต่เขาไม่สนใจเพราะหลายครั้งที่มีการมองแบบนี้ เขาเคยรับรู้ว่าพวกนักท่องเที่ยวจะมาหานายด่านเพื่ออยากได้ของหนีภาษีและหาพวกพาไปบ่อน..

วันนี้รถยังเยอะตามเคย ทั้งเบนและบีเอ็มและรถนอกที่เขาไม่รู้จักอีกนับสิบ "คงจะไปบ่อน เบื่อจริงพวกคนรวยนี่ "สิบโทคิดและเดินตรวจต่อไป

"พี่ครับ มีคนมาขอพบ" ลูกน้องเขามาบอกแล้วชี้ไปที่ประตูหน้า ห้องทำงาน

เขาพบชายร่างอ้วน หัวล้านและมีทองเต็มคอ สิบโทเดินเข้าไปหา ชายผู้นั้นสวัสดีทักทายและแนะนำตัว" ผมชื่อ เซ้ง เป็นคนสนิทของท่านส.ส.ครับ "

สวัสดีครับ ผม สิบโท วิสุทธิ์ หัวหน้าด่านนี้"

"ผมรู้ครับ วันนี้ผมมีเรื่องมาคุยด้วยหน่อยครับ"

"งั้นเข้าไปคุยข้างในดีกว่าครับ เชิญ" สิบโท ว่าพร้อมสั่งให้เอาน้ำเย็นมาให้แขก

"มีอะไรรึครับ ท่านส.ส.ถึงอยากคุยกับผม"

ชายผุ้นั้นพูดด้วยท่าทีอยากให้รู้กัน2คน" ก็ไม่มีอะไรมากครับ ท่านเพียงอยากให้ด่านนี้เป็นด่านถาวร ก็เลยอยากให้ถามข้อมูลกับหัวหน้าซัก ข้อสองข้อครับ"

"ก็ได้ครับวันนี้ไม่ค่อยมีอะไรมาก เชิญได้เลยครับ"

"หัวหน้าเคยได้ยิน ชื่อ เสี่ยเจ้า วังสมบูรณ์ ไหมครับ"

สิบโทคิด" เคยครับ ชื่อเขาไม่ค่อยดีเท่าไรนี่ครับ"

"คือว่าท่าน ส.ส. เขาเป็นเพื่อนกับเสี่ยเจ้า ท่านอยากให้เสี่ยเขามาทำเองเปิดด่านถาวร อยากให้หัวหน้าร่วมมือกับเสี่ยเจ้า เพื่อความเจริญของบ้านเรา "

"เหรอครับ ผมไม่รุ้มาก่อนว่าส.ส.จะคบคนเลวน่ะครับ ก็ได้ถ้าเสี่ยเจ้าเขาไม่ได้ทำผิดผมก็ยินดี "

เซ้งสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะพูดว่า " คนเคยรู้จักกันน่ะครับไม่ได้สำคัญอะไร

ท่านส.ส.เขาอยากให้หัวหน้าผ่อนๆบ้าง ตึงๆอย่างนี้ระวังจะขาด อ้อคือถ้าตั้งด่านถาวรได้ต้องมีการพัฒนาพื้นที่บ้าง อาจจะต้องจ้างแรงงานเขมรมาทำงานหัวหน้าควรจะทราบไว้ เพราะเดี๋ยวจับมั่วกันผมก็ไม้รู้จะบอกท่านส.สงอย่างไรตรับ "

สิบโท รับทราบอย่างเคลือบแคลงใจ "ทำไมต้องบอกกันขนาดนี้ทั้งๆที่ยังเป็นโครงการในอากาศอยู่เลย มีอะไรรึเปล่า"

สิบโทจึงพูดออกไปว่า "ก็ได้ครับแล้วจะทำเมื่อไหร่ล่ะ"

เซ้งว่า"พรุ่งนี้เลยครับเอาคนงานมาก่อน ให้มันปรับตัวก่อน"

"เฮ้ย ไม่ได้ครับ ต้องให้โครงการทำหนังสือมาก่อน"

เซ้งเริ่มเข้าเรื่อง" ผมให้หัวละหมื่น ท่านส.ส.ก็เห็นด้วย ไม่มีอะไรหรอกครับ หัวหน้าจะได้สบายลูกน้องหัวหน้าก็จะได้ส่วนแบ่งตามลำดับ รวยกันทั่วหน้าไม่ดีเหรอครับ"

สิบโทคิด"กูว่าแล้วแม่งลักลอบเข้าเมืองไอ้เหี้ยนี่หัวสูง"

แล้วก็ว่า "อืม...คุณรู้ไหม ว่าคุณกำลังพูดกับใคร ผมไม่กินสินบาทไม่คาดสินบน กลับไปเถอะก่อนที่คุณจะไปอยู่ในคุกพร้อมกับท่านส.ส.ของคุณ"

เซ้งหน้าซีดแล้วกลับมายิ้ม"ผมจะนำเรื่องนี้ไปบอกนายคุณว่าคุณไม่ยอมทำตามคำสั่ง ระวังตัวไว้"แล้วก็ลุกขึ้นเดิจากไป

สิบโทหนุ่ม มองตามแล้วเขาก็เห็นนายเซ้งคุยกับใครบางคน เขาจำหน้าได้แม้จะอยู่ในแว่นกันแดดใครคนนั้นคือ เสี่เจ้า วังสมบูรณ์

2005/Nov/13

ภายหลังที่หนุ่ม เมืองจันทร์และเพื่อนหายตัวไปไม่กล่าวลา

ถึงแม้จะคิดถึงและเป็นห่วง เจี๊ยบ สุพรรณบุรี ก็ต้องเดินตามทางของหล่อน

หล่อนเดินทางโดยไม่บอกใครบ้างนัยว่าเป็นการประชด หนุ่ม เมืองจันทร์เหมือนที่เขาไม่บอกหล่อน "ให้ห่วงเราซะบ้าง"หล่อนคิด

หล่อนออกเดินทางจากลาดกระบังโดยรถเมล์สาย 1013

8.30 น .

หล่อนขึ้นรถหน้าอาคารห้องพัก ค่าโดยสาร 16 บาท ขึ้นจากเมื่อก่อน 4 บาท หล่อนไม่แคร์ ช่างมันดีกว่าเดิน....หล่อนคิด

รถผ่านทางเข้าสนามบินสุวรรณภูมิ โดยแยกมาจาก มอร์เตอร์เวย์ ถนนที่ดีที่สุดในไทย... หล่อมมองมันอย่างปลง ความเจริญทำให้ถนนลอยไปอยู่บนหัวเราได้...

ต่อมารถเมล์ผ่านแยกเข้ามีนบุรี ทางถนนร่มเกล้า...ผ่านไปไม่ไกลนัก ถึงแยกกิ่งแก้ว

แยกกิ่งแก้วอยู่ในพื้นที่ของ อบต.ราชาเทวะ สมุทรปราการ...

9.00 น.

รถผ่านแยกประเวษ แค่เลี้ยวซ้ายก็ถึง สวนหลวงร. 9 สวนที่อยู่ในดงสลัม หล่อนนึกเสียดายสวนสวยๆแห่งนั้นที่กลายเป็นแหล่งดมกาว....

รถยังคงแล่นเอื่อยๆไม่รีบร้อนแต่บางครั้งก็เร็วปานพายุเมื่อพบรถอีกคันหนึ่ง เหมือนมันจะรีบไปหาแม่มันที่นรก..

หล่อนยังไม่รีบร้อนจึงไม่สนใจเพราะยังไม่ถึงเวลานัดของหล่อน

9.15

รถผ่านแยกพํฒนาการ ถนนสายการศึกษา เพราะเป็นที่ตั้งของ โรงเรียนดัง "ถ้าเรามาอยู่กรุงเทพตั้งแต่ ม.ต้น ก็ดีซิ จะได้แรดได้ทุกวัน " หล่อนคิด เมื่อเห็นเด็กม.ปลายยืนกอดแฟนตรง 3 แยก...

9.24 น.

รถผ่านแยกศรีนครินทร์ ถนนสายนี้วุ่นวายแต่เช้ายันค่ำ จากปากน้ำไปส่วนต่างๆของกรุงเทพ

9.37 น.

รถผ่านซอย อ่อนนุช 22 อดีตคือทุ่งนาแหล่งสุดท้ายของเมืองกรุง ปัจจุบันเป็นบ้านจัดสรร

10.10 น.

หล่อนลงรถที่ บิ๊กซี ออ่นนุชก่อนเดินไปขึ้นรถไฟฟ้าที่ โลตัส หล่อนคิดว่า ชีวิตนี้คงหนีไม่พ้นสองห้างนี้แน่ๆ....

12.00 น.

ห้องพักสุดหรุย่านบางรัก ตึกสูง 21 ชั้นตั้งตระหง่านกลางย่านธุรกิจของเมืองไทย

หล่อนเปิดประตู เสียงตอบรับมาทันที"ไงจ๊ะ เจี๊ยบ"

หล่อนตอบ "สวัสดีค่ะ น้าเจ้า".....

ปล. น้าเจ้าคือเสี่ยเจ้า วังสมบูรณ์ สงสัยย้อนไปอ่านของเก่าครับ...

2005/Oct/30

แฮก...แฮก...แฮก... เสียงลมหายใจที่กระชั้นถี่ เหมือนจะหมดแรง

ตึก...ตึก...ตึก... เสียงหัวใจที่เต้นรัวเหมือนจะหลุดออกมาทางคอหอย

ตุบ...ตุบ...ตุบ...เสียงฝีเท้าที่ย่ำลงเป็นจังหวะเพื่อให้ได้ความเร็วที่คงที่และทุกย่างก้าวนั้นมั่นคง....

เช้า ๖.๓๗ น. ชายวัยกลางคนลงพุงเล็กน้อยกำลังวิ่งจ๊อกกิ้งอยู่ในสวนสาธารณะแห่งหนึ่งของจังหวัดชายแดนเช่น สระแก้ว....

เขาวิ่งมาแล้ว๓รอบกำลังจะเข้ารอบที่๔ วันนี้อากาศดีมาก มีหมอกลงเล็กน้อย...สดชื่นและไม่อบอ้าวนัก.....

การวิ่งของเขาทำให้ร่างกายสดชื่นและแข็งแรง แม้มีบ้างที่เขาต้องหยุดวิ่งเพื่อที่จะหลบอะไรบางอย่างและก็มีบ้างที่เขาต้องหลบหน้าไม่มาวิ่งหลายวันเพื่อหลบหน้ากฏหมายและกฏปืน!!!

เขาคือ เสี่ย เจ้า วังสมบูรณ์ เจ้าพ่อค้าไม้เถื่อน...ของเถื่อนและเจ้าของบ่อน

วิ่ง...ความเลวของเขานั้นเป็นที่หมายตาของเจ้าหน้าที่มานาน....

แต่ในความเลวนั้นก็มีดี เขาชอบที่จะบริจาคเงินวัด,โรงเรียน,โรงพยาบาล,ฯลฯการพํฒนาในระดับจังหวัดและภาคเขาก็ช่วย

นัยว่าจะเป็นการแก้บาปที่เขาก่อไว้...

บนเส้นทางที่เขาอยู่เสียงไซเรนตำรวจ,เสียงปืน,การบุกจับ,การฆ่าฯลฯล้วนเป็นเรื่องปกติของคนที่เลือกเดินทางนี้อย่างเขา

การฆ่าใครซักคนเพื่อเปิดทางเป็นเรื่องที่ควรทำเขาคิดเช่นนั้น การซื้อใครซักคนให้เป็นหูเป็นตาในถิ่นศัตรูก็เป็นผลประโยชน์ที่ดี

กรถูกกดขี่ในสมัยเด็ก ภาพของพ่อที่ถูกยิงทิ้งเพราะสงครามระหว่างแก๊งค้าของเถื่อน แม่พูดน้อยลงนับแต่พ่อตาย แม่พยายามส่งเขาไปเรียนในกรุงเทพเพื่อหลีกหนีความเป็นพ่อของเขา และแม่ก็ตายอย่าโดดเดี่ยวเพราะเขา

เสี่ยเจ้า เข้าสู่วงการเมื่อวัยเพียง๑๖ปี กับแก๊งล้วงกระเป๋าย่านสยามแสควร์ ก่อนที่จะผันตัวเป็นตีนแมว,นักกรีด,รับซื้อของโจร,แล้วยุครุ่งโรจน์เมื่อเขาเป็นนักเลงคุมบาร์ และก็ถึงจุดดับเมื่อเขาไปกระทืบลูกชายนักการเมืองย่านฝั่งธน...ตอนนั้นเขาหนีอย่างไม่คิดชีวิต มือปืนตามล่า และเขาก็หลบไปซุกตัวอยู่ใต้ปีกเจ้าพ่อตะวันออกท่านหนึ่ง นั่นทำให้เขารอดตายมาได้ตอนนั้นเขาอายุ๒๐ปี

วัย๒๕ ด้วยความไว้ใจ เจ้าพ่อท่านนั้นส่งเขามาทำงานผิดกฏหมายที่นี่ จังหวัดสระแก้ว ถึงตอนนี้เขาอายุ๓๕แล้ว๑๐ปีบนถนนแห่งนี้ บนความตายของใครหลายคนและบนอำนาจ,ชื่อเสียง,เงินทอง เขายังคงอยู่

มีคนสนิทหลายคนถามว่าเขาวิ่งทำไม

เขาตอบว่า เขาไม่ได้วิ่งเพื่อออกกำลังกาย

เขาไม่ได้วิ่งเพื่อความเท่ห์

เขาไม่ได้วิ่งเพื่อสร้างภาพ

แต่"ผมวิ่งเพื่อให้ผมรู้ว่า ผมยังไม่ตาย"

(เรื่องทั้งหมดเป็นเรื่องแต่งขึ้น ไม่เกี่ยวกับเหตุการณ์หรือบุคคลใดๆแจ้งมาเพื่อทราบ)


edit @ 2005/10/30 09:13:48